(5) Sungkreeb Watanarat – Google+

(5) Sungkreeb Watanarat – Google+

via (5) Sungkreeb Watanarat – Google+.

Advertisements

5 Responses to “(5) Sungkreeb Watanarat – Google+”

  1. sungkreebwa Says:

    “นาพินโมเดล” 7ขั้นตอน ใน 10 กิจกรรมหลัก
    การบริหารจัดการความรู้ “นาพินโมเดล” ที่สำคัญ 7 ขั้นตอน มีดังนี้ 1.ฝึกทักษะตามรูปแบบที่กำหนด ในตัวแบบซึ่งเป็นต้นแบบในอุดมคติ 2. ประกวด แข่งขัน หาต้นแบบจริง 3.เทใจใส่ฝ่ามือ ถอดแบบ ถ่ายทอด 4.นำไปใช้ ปฏิบัติประจำวัน 5.พัฒนา จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6.เผยแพร่ จัดนิทรรศการแสดงผลงาน 7.แก้ไข ปรับปรุง จัดระบบใหม่อีกรอบ (2549:สังครีบ วัฒนราษฎร์)

    “napinmodel series 10 versions” หรือ “ชุดนาพินโมเดล 10 แบบ” มีชื่อเต็มว่า “The knowledge management series for educational quality development in napin school 10 versions” หรือชื่อเต็มในภาษาไทยเรียกว่า “ชุดจัดการความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนบ้านนาพิน 10 แบบ”เป็นงานความเป็นมาของนวัตกรรมบริหารจัดการความรู้ “นาพินโมเดล”เป็นการสังเคราะห์การจัดการความรู้ประยุกต์เข้ากับการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนบ้านนาพิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานีเขต2 ประกอบด้วยเทคนิค วิธีการ กระบวนการพัฒนา กิจกรรมปฏิบัติทั้งการบริหาร การเรียนการสอน และการนิเทศกำกับติดตาม จำนวน 10 แบบ ดังนี้
    1.ยุทธศาสตร์การบริหารแบบ “นาพินพอใจผล (NSTBAS)”
    2.การบริหารแบบมะม่วงผ่าเสี้ยว (The one fourth of mango administration method)
    3. NAPINAIC-การประชุมอย่างสร้างสรรค์
    4. นาพินโมเดล (Napin model)
    5. NAPINPOPTM-การพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนบ้านนาพิน
    6. TAJAISAIFAMUE เทใจใส่ฝ่ามือ
    7.ปฏิบัติเชิงรุกและบูรณาการระหว่างบ้านและโรงเรียน NAPIN PROACTIVE INTEGRATION
    8. NAPIN R&D วิจัยหาองค์ความรู้ใหม่
    9.นาพินโมเดล โฮล อิน วัน (NAPINMODEL WHOLE IN ONE)
    10.นาพินโมเดลฟลอร์โชว์(napinmodel floorshow)(2552:สังครีบ วัฒนราษฎร์)

  2. sungkreebwa Says:

    กลอนด้นอีสาน “วิธีการคิดสร้างโมเดลหรือการสังเคราะห์โมเดล
    ด้วยวิธีการคิดแบบ “ฝัดข้าวด้วยกระด้ง”(Kradong model synthesized Procedure)
    กรอบแนวคิด(Idea framework)
    “คิดวิเคราะห์กลับไปกลับมาหลายครั้ง แล้วเลือกผลการคิดที่ดีที่สุดเรียงลำดับไม่เกินห้าความคิดนำมาสังเคราะห์เป็นความคิดเดียวกัน เรียบเรียงใหม่ให้เป็นระบบคือมีทั้งตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต นำไปเทียบเคียง (benchmarking) กับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คิด ปรับอีกครั้งหนึ่งให้เหมาะกับการนำไปใช้ในสภาพที่เป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน”
    “Analysis thinks reverse more times to alternate think out for the best, then nominate number down 5 thinks to synthesized that one edited new in systematic etc., input process and product to benchmarking the criteria involve that thinking, adjustable that one appropriate implementation in real times to presently.”
    (sungkreeb watanarat,napinmodel: 1 01 49)

    พัฒนาการคิด……การจัดรูปแบบโมเดล
    โลกากามกาเมซ้อนสอนคนให้เห็นทั่ว บอกอย่ามัวประมาทสร้างเวรกรรมนี่สิไหล่ทัน ธรรมแบ่งเกรดเขตชั้นหัวใจแบ่งความจริงจัง ความจีรังในโลกาแหม่นบ่มีบ่เห็นแจ้ง ความคิดรุนแรงน้อยหลายทางสร้างแบบบอกออกความคิดแล้วสะท้อนสอนโตแล้วจั่งหว่าดี การคิดบอกบ่งชี้จิตใจต่ำหรือสูงความรุงรังในหัวใจบอกวาจาเจ้า เอาวิธีมาสร้างทางดีงามตามเผิ่นบอกโบราณออกเกรดไว้ไผกะฮู้บ่อนคิดดี คิดออกแบบจั่งซี้บ่งบอกป่องทางสิเดิน คิดอย่าเพลินหลงทางย่างตำตอติ้ว ปลิวกระแสคือน้ำคิดงามงามถามใจเบิ่งคิดให้เหิงจั่งค่อยต้านหวานแว่วแหว่วสียงพัฒนาอย่าหลีกเลี่ยงหนทางย่างยามคิดกำหนดแนวทางเดินเอิ้นหว่าทางวางไว้ เส้นทางไกลเป็นลู่เส้นพัฒนาเอิ้นซื่อเวลาคิดขีดสู่มื้อคือเส้นพัฒนา คิดหนึ่งเรื่องแบบก้าวหน้าเวลาคิดสะกิดใจเดินไปตามทางเขียนขีดลงวงไว้ คิดไปไกลแล้วกลับย้อนทอนความหลังวางว่างเปล่า คิดยาวยาวก้าวเยิ่นเยิ่นเดินเส้นพัฒนา ขีดเส้นไว้แล้วค่อยกล้าเดินตามแบบแล้วมีหยุดผุดทบทวนความคิดดิดดีหรือฮ้าย คิดไปไกลลองมาย้อนดูทางเดินอย่านอกกรอบ รอบรู้เรื่องที่คิดได้คาใจเจ้าให้อ่านตรอง ความคิดผิดหรือถูกต้องลองตรวจสอบกับธรรมมะ สาระดีที่เฮาวางแบบเดิมเติมต้น ความคิดคนมีหลายเส้น เห็นแนวทางคนละอย่างนำมาสางเบิ่งแล้ว ทบทวนบ้างระหว่างดู คิดหลายทางเส้นแห่งรู้สิ บอกแห่งหนไป ถามหัวใจตนเองก่อนละเลงลงเส้น พัฒนาเป็นทางเว้าความคิดเฮาออกแบบใหม่ ขีดเขียนใส่กระดาษน้อยคอยปรับแก้และอ่านดู คิดสร้างสรรค์บอกบ่งฮู้หว่าเกิดเหตุหรือพอดี หาวิธีปรับตัวคิดอย่ามัวหลงส้น สาระวนทบทวนบ้างเวลาวางรูปแบบ ความคิดแคบหรือแบบกว้างวางไว้แล้วค่อยแยงความคิดเจ้าสิบอกแจ้งแสดงเด่นแนวคิดพัฒนาตามทางเดินบ่อนเฮาลิขิตไว้ สิเห็นทางใสแจ้งแสดงดูทางเจ้าย่างคิดสร้างสรรค์บ่อนเจ้าสร้างทางเจ้าพ้อสิก่อตน ดอกนา

  3. sungkreebwa Says:

    “วิธีการคิดสร้างโมเดลหรือการสังเคราะห์โมเดล
    ด้วยวิธีการคิดแบบ “ฝัดข้าวด้วยกระด้ง”(Kradong model synthesized Procedure)
    กรอบแนวคิด(Idea framework)
    “คิดวิเคราะห์กลับไปกลับมาหลายครั้ง แล้วเลือกผลการคิดที่ดีที่สุดเรียงลำดับไม่เกินห้าความคิดนำมาสังเคราะห์เป็นความคิดเดียวกัน เรียบเรียงใหม่ให้เป็นระบบคือมีทั้งตัวป้อน กระบวนการ ผลผลิต นำไปเทียบเคียง (benchmarking) กับเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คิด ปรับอีกครั้งหนึ่งให้เหมาะกับการนำไปใช้ในสภาพที่เป็นจริงที่กำลังมีกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน”
    “Analysis thinks reverse more times to alternate think out for the best, then nominate number down 5 thinks to synthesized that one edited new in systematic etc., input process and product to benchmarking the criteria involve that thinking, adjustable that one appropriate implementation in real times to presently.”
    (sungkreeb watanarat,napinmodel: 1 01 49)

  4. sungkreebwa Says:

    กาจับปรับประยุกต์“GARJUBUTILIZED”

    การประยุกต์ใช้รูปแบบการสังเคราะห์ที่มีรูปแบบเฉพาะในโรงเรียนบ้านกาจับ ภายใต้ชื่อ การปรับประยุกต์จัดการความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนบ้านกาจับ “GARJUBUTILIZED” โดยปรับรูปแบบการสังเคราะห์เป็นดังนี้
    “การสังเคราะห์องค์ความรู้”มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อสำรวจสถานะองค์ความรู้ (Status of Knowledge) (2) เพื่อศึกษาองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ (3) เพื่อสนับสนุนงานพัฒนาวิชาการและ การจัดการความรู้ (วิจัยและพัฒนา)(4) กำหนดขอบเขตการสังเคราะห์ด้วยการเลือกศึกษางานวิจัย (research studies) และงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
    การสังเคราะห์ความรู้เป็นงานสังเคราะห์องค์ความรู้หรือทฤษฎีความรู้ (Theory of Knowledge) โดยตั้งคำถามพื้นฐานที่ว่า อะไรคือความรู้ (What is knowledge?) อะไรคือความจริง (What is truth?) สามารถรู้อะไรได้บ้าง (What can be known?) “รู้” ได้อย่างไร (How do we know?) ทฤษฎีความรู้ที่ใช้เป็นกรอบ ในการสังเคราะห์ความรู้ เน้นความตระหนักถึงความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันระหว่างความรู้ประเภทต่างๆ โดยใช้วิธีการสังเคราะห์ความรู้เชิงคุณภาพ และเป็นการสำรวจ-ประเมิน-วิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู้เชิงความคิดเห็น (Critical Knowledge Synthesis) และใช้การสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากแหล่งต่างๆ เพื่อการสังเคราะห์ความรู้ นำผลการสังเคราะห์องค์ความรู้ ให้เป็นประโยชน์ในการวางแนวปฏิบัติตลอดจนการปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนภารกิจในโรงเรียน เพื่อสามารถที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับการสังเคราะห์องค์ความรู้ดังกล่าว จึงได้กำหนดกรอบคำถามในการสังเคราะห์ (Synthesis Questions)เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่ให้คำตอบได้

  5. (5) Sungkreeb Watanarat – Google+ | Sungkreebwa’s Blog | Sungkreebwa's Blog Says:

    […] via (5) Sungkreeb Watanarat – Google+ | Sungkreebwa's Blog. […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: